ด้วยช่วงระยะเวลา 2 – 3 ปีที่ผ่านมาร้านอาหารส่วนใหญ่พบเจอประสบการณ์ปัญหสที่คาดไม่ถึงอย่างโรคระบาดโควิด – 19 ที่ทำให้หลายร้านต้องปิดตัวหรือเปิดได้ไม่เต็มเวลาดังเดิม รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจในไทยที่ซบเซา ทำให้การเปิดร้านอาหารควรจะต้องอาศัยโมเดลที่สามารถปรับตามสถานการณ์ต่างๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินทุนที่จำนวนมากเกินตัว วันนี้เรานำ 6 โมเดลการเปิดร้านอาหารให้อยู่รอดและเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมาฝากให้หลายคนที่สนใจทำธุรกิจร้านอาหารได้อ่านไปพร้อมกัน!
โมเดล Ghost Kitchen
โมเดลนี้ เป็นโมเดลการเปิดร้านขายอาหารโดยที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน! เพียงแค่คุณมีครัวทำอาหารของตัวเองไม่ว่าจะอยู่หอ บ้าน หรือคอนโดที่สามารถทำอาหารได้ ก็สามารถนำโมเดลนี้มาใช้ขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จุดเด่นของโมเดลนี้คือทำให้ผู้ขายประหยัดค่าเช่าหน้าร้าน พนักงานต่างๆ และทำให้นำทุนส่วนนี้ไปใช้กับการลงทุนในวัตถุดิบดีๆ ได้ ปัจจุบันเราจะเห็นร้านขายอาหารในลักษณะ Ghost Kitchen เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นโมเดลเริ่มทำธุรกิจขายอาหารที่ดีและไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนมากจนเกินไปอีกด้วย
โมเดลเบเกอรี่คีโต
โมเดลนี้ เป็นแนวคิดมาจากกลุ่มคนที่รักในการใส่ใจดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาในยุคปัจจุบันที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้ธุรกิจการขายอาหารประเภทเบเกอรี่คีโตมีโอกาสที่จะเติบโต ขายได้ง่ายมากขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการเองสามารถวางแพลนที่มีกลุ่มผู้บริโภคซึ่งต้องการจะทำการตลาดที่ชัดเจน ในขณะเดียวกันยังเชิญชวนให้คนที่ทานเบเกอรี่ปกติทั่วไปหันมาลองทานเบเกอรี่คีโตที่รสชาติดีและยังดีต่อสุขภาพร่วมด้วย โมเดลนี้จึงถือว่ามีจุดแข็งในด้านของการดึงข้อมูลที่ดีต่อสุขภาพเข้าช่วยในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทำให้ธุรกิจอาหารประเภทนี้คงอยู่ต่อไปได้นั้นเอง
โมเดล Mobile Store
โมเดลนี้ มีแนวคิดง่ายๆ มาจากร้านขายอาหารตามสั่งทั่วไปที่เราใช้บริการ และสามารถโทรเข้าไปสั่งอาหารล่วงหน้าเพื่อไปรับที่หน้าร้านหรือไปถึงร้านแล้วทานได้เลย โมเดลนี้ถือเป็นแนวคิดที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น และทำให้ทางร้านเองมีกลุ่มลูกค้าประจำอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน หรือโรงแรม ที่มักจะมีพนักงานหรือเด็กนักเรียน นักศึกษาโทรเข้ามาสั่งอาหารทั้งรูปแบบที่ให้ทางร้านจัดส่งและสั่งไว้ล่วงหน้าก่อนเข้ามาทานที่ร้าน ดังนั้น Mobile Store จึงยังคงเป็นการทำธุรกิจร้านอาหารที่ทแล้วได้ผลดี โดยเฉพาะกับปัจจุบันที่หลายร้านอาจใช้การสร้าง line official ของร้านขึ้นมา เพื่อให้ติดต่อบอกโปรโมชั่นต่างๆ กับกลุ่มลูกค้าของตนเองได้โดยตรงอีกด้วย
โมเดล Click and Mortar
โมเดลนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่อาจมีหน้าร้านเดิมอยู่แล้วหรือมีเงินทุนจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะเปิดหน้าร้านได้ ควบคู่ไปกับการขายออนไลน์ร่วมด้วย โมเดลลักษณะนี้จะช่วยสร้างรายได้เข้ามาภายในร้านได้หลายช่องทางมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าของคุณสามารถ Walk In เข้ามาทานอาหารในร้านได้ ในขณะเดียวกันวันไหนที่ไม่สะดวกก็สามารถสั่งออนไลน์ได้เช่นกัน ซึ่งการขายออนไลน์ควบคู่กับการมีหน้าร้านในที่นี้ไม่ได้หมายความแค่การขายผูกร้านผ่านแค่แอปพลิเคชั่นจัดส่งเดลิเวอรี่ แต่หมายความว่าคุณสามารถขายสินค้าอาหารของคุณได้ผ่านกลุ่มลูกค้าระยะไกลร่วมด้วย ยกตัวอย่าง เช่น ร้านอาหารของคุณขายเมนูอาหารตามสั่ง และมีเบเกอรี่ขายควบคู่ด้วย คุณอาจจะลงขายในเบอเกรี่ผ่านแอป Shopee lazada อีกช่องทาง เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ร้านสามารถอยู่รอดได้ในยุคปัจจุบันนี้ โดยโมเดลนี้จะช่วยสร้างฐานลูกค้าให้ขยายออกไปมากขึ้น ร้านของคุณก็จะเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย
โมเดล Food truck
อีกหนึ่งโมเดลการเปิดร้านอาหารที่กำลังมาแรง เนื่องจากเป็นโมเดลที่ลงทุนเปิดร้านอาหารผ่านรูปแบบของรถเคลื่อนที่ๆ ดัดแปลงมาให้เหมาะสมกับเป็นร้านขายอาหารโดยเฉพาะ ข้อดีของโมเดลนี้คือ ทำให้ผู้ประกอบสามารถเคลื่อนย้ายทำเลไปในที่ๆ มีผู้คนจำนวนมาก หรืออกงาน ออกบูธต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย เราจึงพบเห็นโมเดลร้านอาหารลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกับเมนูอาหารที่ทานง่าย เช่น เครป ไอติมผัด อาหารเช้าชากาแฟต่างๆ เป็นต้น
โมเดล Value Proposition
โมเดลนี้เป็นโมเดลที่อยากจะให้หลายคนที่อยากจะเปิดร้านอาหารนำไปปรับใช้ เพราะเป็นโมเดลที่ต้องการนำเสนอคุณค่าของวัตถุดิบที่คุณเลือกนำมาทำอาหาร ยกตัวอย่าง เช่น เมนูอาหารบางอย่างวัตถุดิบที่นำมาปรุงจะหาได้ยาก หรือหาได้แค่บางฤดูเท่านั้น การที่คุณเปิดร้านแล้วนำเสนอไอเดียเมนูพื้นฐาน หรือวัตถุดิบท้องถิ่นเช่นนี้จะช่วยดึงดูดใจลูกค้าให้สนใจนร้านของคุณมากขึ้น ในขณะเดียวกันการซื้อวัตถุดิบท้องถิ่นบ้านเราก็เท่ากับคุณได้ช่วยเหลือและอุดหนุนชาวบ้านไปในตัวอีกด้วย
ทั้ง 6 โมเดลนี้ หากใครต้องการเปิดร้านอาหารลองนำไปต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์ร้านในรูปแบบของคุณเอง เชื่อว่าร้านอาหารของคุณก็จะยังคงเติบโตต่อไปได้ในอนาคตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนเปิดร้านย่อมมีความเสี่ยงทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่เป็นอย่างหวัง ดังนั้นผู้ประกอบการที่ดีควรจะต้องวางแผนสำรองทางด้านการเงินไว้เสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ไม่สามารถล่วงรู้ได้ในอนาคต หากวางลู่ทางไว้ล่วงหน้าเชื่อว่าคุณจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีมากกว่าการไม่วางแผนใดๆ ไว้เลย